ไตรมาสแรก ยอดขายอสังหาริมทรัพย์พุงปี๊ด!!

ยอดขายอสังหาริมทรัพย์

บิ๊กอสังหาฯฟุ้งไตรมาสแรกกวาดยอดขายเป็นกอบเป็นกำ แสนสิริ 21,000 ล้านบาท -พฤกษาฯ 12,329 ล้านบาทแอล.พี.เอ็นฯ 6,700 ล้านบาท ด้านพฤกษาฯคาดตลาดรวมปี 56 โต7-8% ยืนยันไม่มีภาวะฟองสบู่ แต่เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนเน้นกลุ่ม real demand ระบุยังไม่สนลงทุนคอนโดฯในต่างจังหวัดเน้นบ้านเดี่ยวทาวน์เฮาส์เป็นหลัก

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดรวมอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 7-8% โดยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมียอดขายประมาณ 3.3-3.5 แสนยูนิต ขณะที่ตลาดในต่างจังหวัดจะมียอดขายในปริมาณที่ไกลเคียงกันคือกว่า 3 แสนยูนิต

สำหรับการลงทุนของพฤกษาในปีนี้มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 78 โครงการ โดยเน้นการลงทุนในตลาดที่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ส่วนตลาดในต่างจังหวัด หัวเมืองใหญ่ ก่อนหน้านี้บริษัทได้ลงทุนที่อยุธยา ชลบุรี ภูเก็ตและขอนแก่น จะเน้นการลงทุนแนวราบ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์เนื่องจากมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

“การลงทุนคอนโดฯในต่างจังหวัด หรือหัวเมืองหลักๆ เรายังไม่สนใจที่จะลงทุนในขณะนี้เนื่องจากความต้องการมีจำนวนจำกัด อีกทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายได้เข้าไปลงทุนเปิดโครงการคราวละมากๆ ซึ่งความต้องการถูกดูดซับไปหมดแล้ว แต่หากเป็นการลงทุนแนวราบ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ มีความสนใจที่จะลงทุนในจังหวัดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้”

สำหรับความคืบหน้าการลงทุนในต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหาซื้อที่ดินในเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย เพิ่มอีก 1 แปลงเพื่อพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวส่วนโครงการคอนโดมิเนียมในเมืองไฮฟง ประเทศเวียดนาม ขณะนี้ได้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนเรียบร้อยแล้วและได้รับอนุญาตให้ลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยปัจจุบันรวบรวมที่ดินได้แล้ว 70%และคาดว่าจะเปิดจองได้ในไตรมาส 3/56 ขณะที่การลงทุนที่ประเทศอินโดนีเซียได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการซื้อที่ดินในกรุงจาการ์ตาเพื่อพัฒนาโครงการ

ส่วนการถอนการลงทุนที่ประเทศมัลดีฟส์นั้น ปัจจุบันเหลือโอนคอนโดฯอีกเพียง 15 ยูนิตซึ่งหลังจากนี้จะเริ่มทยอยขายทรัพย์สิน ซึ่งได้แก่อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์สำนักงาน ขณะที่ที่ดินปัจจุบันเหลืออยู่กว่า 6 ไร่ อยู่ระหว่างประเมินราคาและเตรียมประกาศขาย คาดว่าจะมีราคาที่ประมาณ 4-5 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้เจรจาขายให้แก่ผู้ประกอบการที่มัลดีฟส์  คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ และหากขายสินทรัพย์ได้ทั้งหมดบริษัทก็จะมีกำไรจากการลงทุนที่มัลดีฟส์เข้ามาบางส่วน

นายทองมากล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 34,000 ล้านบาท เนื่องจากจะมีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จและทยอยส่งมอบให้ลูกค้าในปีนี้ถึง 7 โครงการ ขณะที่ยอดขายปีนี้คาดว่าจะเติบโตและเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยไตรมาสแรกสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 12,329 ล้านบาท เติบโตขึ้น 117% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 5,669 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมในไตรมาสแรกมีจำนวน6,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% กำไรสุทธิ 773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/53 ปัจจุบันมียอดขายรอโอน(backlog)อยู่ที่ 41,400 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดโอนปีนี้ 26,000 ล้านบาท

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษาฯกล่าวยืนยันว่า ภาคอสังหาฯ ยังไม่มีภาวะฟองสบู่อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เพิ่มความระมัดระวังกลุ่มเก็งกำไรมากขึ้น โดยจะเน้นการลงทุนในตลาดหรือเซกเมนต์ที่เป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือ real demand ไม่เข้าไปในตลาดเก็งกำไร โดยในไตรมาส 2 บริษัท เปิดขายโครงการใหม่ 10-15 โครงการ ราคาขายอยู่ที่ระดับ 2 ล้านบาท/ยูนิตเช่น โครงการแคมปัสที่จะสร้างในย่านเกษตรนวมินทร์ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพียง150 เมตร จำนวนกว่า 1,000 ยูนิต

“บริษัทมีโอกาสปรับเพิ่มเป้ารายได้เป็น40,000 ล้านบาทในไตรมาส 4/56 เนื่องจากมีการเปิดโครงการใหม่ในปีนี้มูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดขายคาดว่าจะทำได้สูงกว่าเป้าหมาย 35,000 ล้านบาทเช่นกัน”

ด้านนายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ไตรมาสนี้ LPN มียอดรายได้รวม 2,473.340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 320.232 ล้านบาท เมื่อเทียบกับจากไตรมาสแรกปี 55 ที่มีรายได้รวม 2,153.108 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ360.077 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.29% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2555 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 294.838 ล้านบาท เนื่องมาจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น296.48 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.33% รวมทั้งกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจาก 29.09% เป็น 33.34%

โดยในไตรมาสนี้ บริษัทมียอดขายอาคารชุดรวม 6,700 ล้านบาท มาจากยอดขายของโครงการที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 15 โครงการ และโครงการเปิดตัวใหม่3 โครงการ คือ โครงการลุมพินี คอนโดทาวน์รามอินทรา-ลาดปลาเค้า 2 โครงการลุมพินี เพลสสุขสวัสดิ์-พระราม 2 และโครงการลุมพินี เพลสยูดี-โพศรี ในจังหวัดอุดรธานี โดย ณ วันที่ 31 มี.ค.บริษัท มียอดขายรอโอนรวม 20,000 ล้านบาท

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในไตรมาแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้รวมกว่า5,180.47 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 5,181.891 ล้านบาทขณะที่ไตรมาสนี้ แสนสิริ มีค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่5,121.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกของปี 55 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม 4,659.875 ล้านบาท โดยมีสาระสำคัญที่ผลักดันให้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายจากการขาย 1,006.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีค่าใช้จ่ายจากการขาย 699.91 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายจากต้นทุนขายโครงการ 3,313.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 55 ที่มีต้นทุนขายโครงการ 3,220.65 ล้านบาท ฯลฯ ส่งผลให้ ในไตรมาสนี้บริษัทมีผลดำเนินการขาดทุนสุทธิที่86.431 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสแรกปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิที่ 321.702 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทสามารถปิดยอดขายได้ 21,000 ล้านบาทเติบโตจากไตรมาสแรกของปี 55 ซึ่งมียอดขายรวม 11,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100% ทั้งนี้ในปี 2556 บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายที่48,000 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้ที่ 35,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทก็มียอดขายรอรับรู้รายได้ใน 3 ปีข้างหน้าแล้วกว่า 58,872 ล้านบาท

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสที่ 2/56 นี้ บริษัทจะมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อีก ประมาณ 14 โครงการ แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ 5 โครงการมูลค่ารวมประมาณ 5,550 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 8,100 ล้านบาท รวมทั้งการพัฒนาทาวน์เฮาส์อีกประมาณ 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 750 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการใหม่ที่จะพัฒนาทั้งสิ้น ประมาณ 14,400 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายในช่วงไตรมาส 2 ไว้ประมาณ10,000 ล้านบาท