แสนสิริ ประกาศทุบสถิติยอดขายสูงกว่าเป้า เล็งเปิด 45 โครงการ

แสนสิริ อสังหาริมทรัพย์

บันทึกสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ของบริษัท มาถึงในปี 2556 ยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์รายนี้ ยังเปิดแผนรุกท้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมชนทุกเซกเม้นท์ทั้งระดับบน ถึงระดับล่าง และประกาศกลยุทธ์ดุเดือดในการเข้า “ชิงส่วนแบ่งการตลาด” ท้าดวลกับ “คู่แข่งรายใหญ่” ด้วยการแตกเซกเม้นท์ทาวน์เฮ้าส์ ราคา 1.5 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว ราคา 3 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่ยอดขายเติบโตก้าวกระโดด 4.8 หมื่นล้านบาท จากการเปิดโครงการใหม่ 45 โครงการ มูลค่ารวม 6.1 หมื่นล้านบาท

เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2556 ยังเน้นการขยายการลงทุนเชิงรุกในตลาดทุกเซกเม้นท์ รวมถึงตลาดใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน อย่างเช่น ทาวน์เฮ้าส์ราคา 1.5 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว ราคา 3 ล้านบาท โดยตั้งงบสำหรับซื้อที่ดินในปีนี้ราว 4 พันล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการ 45 แห่งที่จะเปิดใหม่ แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 70% และต่างจังหวัด 30% ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม 24 โครงการ บ้านเดี่ยว 13 โครงการ มูลค่าประมาณ 2.25 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นการขยายสู่เซกเม้นท์ใหม่จะเปิดถึง 8 โครงการ มูลค่ารวม 2.72 พันล้านบาท

“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตเฉลี่ย 10-15% ไม่ได้สูงถึง 40% เหมือนในอดีต แต่ที่ แสนสิริ ยังสามารถขยายตัวสูงกว่าตลาดมาก เพราะเราใช้กลยุทธ์การเข้าไปชิงส่วนแบ่งการตลาดของผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางซึ่งปัจจุบันมีเหลืออยู่ไม่มากแล้ว และวันนี้เรากำลังเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการชิงส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่งรายใหญ่ในหลายเซกเม้นท์ ไม่ว่าจะเป็นการทำทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านเดี่ยวออกมาชนกับ พฤกษา กับ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ รวมถึงคอนโดฯระดับล้านต้นๆ เพื่อมาชนกับ แอลพีเอ็น แต่เราจะไม่ทำที่อยู่อาศัยต่ำกว่าราคา 1 ล้านบาทแน่นอน” นายเศรษฐากล่าว

การผลักดันแผนให้บรรลุเป้าหมายจะอยู่ภายใต้ 6 กลยุทธ์ ประกอบด้วย การรุกขยายตลาดต่างจังหวัดต่อเนื่อง ใน 6 พื้นที่เดิม ได้แก่ หัวหิน ภูเก็ต เขาใหญ่ เชียงใหม่ พัทยา และขอนแก่น และในปีนี้ จะเปิดโครงการใหม่ในอีก 6 จังหวัด 7 ทำเล ระยอง อุดรธานี นครราชสีมา มหาสารคาม ศรีราชา บางแสน และหาดใหญ่ นำร่องเปิดตัว “ดีคอนโด เนินพระ” ที่จ.ระยอง เป็นโครงการแรก ราคาเริ่มต้น1.39 ล้านบาท รวมทั้งเดินหน้าศึกษาตลาดเป็นไปได้ในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง เช่น พิษณุโลก สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี และกาญจนบุรี

“เรามองว่าต่างจังหวัดมีอัตราการเติบโตสูง ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญเน้นกระจายรายได้ออกไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคมีการเติบโตสูง กำลังซื้อมีการขยายตัวมากขึ้น แต่สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ เรายังไม่มีแผนที่จะไปในช่วง 3-4 ปีนี้ เพราะมองว่าตลาดในประเทศยังไปได้ดีอยู่ “

สำหรับการพัฒนาบ้านเดี่ยว 3 ล้านบาทและทาวนเฮ้าส์ 1.5 ล้านบาท จะเน้นทำเลใกล้แหล่งงาน เช่น นิคมอุตสาหกรรม ใน จ.ปทุมธานี ประชาอุทิศ หรือ สำโรง คาดว่าจะเปิดขายในช่วงไตรมาส 2 นอกจากนี้จะขยายไปจับตลาดเซกเม้นท์ใหม่เพื่อฉีกหนีคู่แข่งในตลาดเดิม เช่น เปิดคอนโดฯ ตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเจาะกลุ่มตลาดนักศึกษา รวมถึง การขยายทำเลใหม่ ไปในย่านแหล่งชุมชนเก่าแก่มีกำลังซื้อสูง เช่น พรานนก เจริญกรุง เป็นต้น

พร้อมทั้งวางเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติที่มีอยู่แค่ 3% เพราะเห็นโอกาสจากลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย และคนที่มองหาบ้านหลังที่ 2 รวมถึงกลุ่มที่ซื้อเพื่อการลงทุนทั้งจากในเอเชียและตะวันตก ซึ่งจะเข้ามามากขึ้นหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

ปีนี้ แสนสิริ ยังประกาศกลับมารุกตลาดบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์อีกครั้ง หลังจากหยุดขยายตลาดไปในช่วง 3-4 ปีผ่านมา โดยจะใช้แบรนด์ “นาราสิริ” เป็นตัวนำเปิด 4 โครงการ ในทำเล บางนา พุทธมณฑลสาย1 พระราม 2 และศรีนครินทร์

และกลยุทธ์สุดท้าย เพิ่มการใช้ระบบพรีแฟบอย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงกลางปีนี้ จะเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับโครงการแนวสูง โดยเฉพาะแบรนด์ดีคอนโด ภายใต้กำลังผลิต 4.2 หมื่นตร.ม.ต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 10 ตึกต่อปี รวมถึงโครงการทาวน์เฮ้าส์แบรนด์ใหม่ เพื่อช่วยร่นระยะเวลาการก่อสร้างลง 90 วัน และยังแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ทำให้บริษัทส่งมอบโครงการให้ลูกค้าได้ตามกำหนด

สำหรับเป้าหมายยอดขายรวม 4.8 หมื่นล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ประมาณ 14% หลังจากปิดฉากไปด้วยสถิติ 4.26 หมื่นล้านบาท จาก 52 โครงการ ขณะที่ยอดขายรอรับรู้รายได้ ในช่วง 2-3 ปีอยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2556 ตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท

[code]ที่มา : bangkokbiznews [/code]